ปูนซีเมนต์ มีกี่ประเภท และ การใช้งาน ปูนซีเมนต์

ปูนซีเมนต์ มีกี่ประเภท และ การใช้งาน ปูนซีเมนต์

ประเภทของ ปูนซีเมนต์ และ การใช้งาน ปูนซีเมนต์

สิ่งหนึ่งที่เปรียบได้ว่าเป็นอีกหัวใจของงานก่อสร้าง นอกจากเหล็กแล้ว ก็คงจะหนีไม่พ้น ปูนซีเมนต์ อย่างแน่นอน เพราะในทุกๆงาน

ทุกๆบ้านจะต้องใช้คอนกรีตในการก่อสร้างทั้งนั้น หรือแม้แต่วัสดุที่นำมาใช้ในงานก่อสร้างอย่าง เสาเข็ม หรือ งานฐานรากก็จำเป็น

ต้องใช้ปูนซีเมนต์ ในงานก่อสร้าง

        แต่ขึ้นชื่อว่า ปูนซีเมนต์ก็ไม่ได้มีอยู่ชนิดเดียว เพราะการใช้งานวัสดุต่างๆ ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ให้ถูกประเภทกับสิ่งที่เรากำลังจะ

สร้าง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมไปถึงปลอดภัยที่ต้องคำนึงถึง เพราะหากใช้ปูนซีเมนต์ ไม่ถูกประเภทกับงานที่ทำ ก็อาจก่อ

ให้เกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยได้นั่นเอง ในวันนี้ทางเรา จึงจะพาทุกท่านมารู้จักกับ การใช้งาน ปูนซีเมนต์แต่ละ

ประเภท และ ปูนซีเมนต์แต่ละประเภทนั้นเหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง 

โดยปูนซีเมนต์ ที่นิยมและผลิตอยู่ในไทยแบ่งออกเป็น 7 ประเภทด้วยกัน คือ

1. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา หรือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทหนึ่ง

2. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ดัดแปลง หรือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทสอง

3. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดแข็งตัวเร็ว หรือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทสาม

4. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดเกิดความร้อนต่ำ หรือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทสี่

5. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดต้านทานซัลเฟตได้สูง หรือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทห้า

6. ปูนซีเมนต์ผสม หรือ ปูนซีเมนต์ซิลิก้า 

7. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดสีขาว 

โดย ปูนซีเมนต์ทั้ง 7 ชนิดมีลักษณะเด่นที่แตกต่างกันออกไปตามการใช้งานที่เหมาะสม ซึ่งจุดเด่นของ ปูนซีเมนต์ แต่ละประเภทมีดังนี้ 

1. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา หรือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภท 1

คุณสมบัติ : เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ขั้นพื้นฐาน หรือเป็นปูนที่ใช้สำหรับงานทั่วๆไป เช่น งานก่อสร้างบ้าน อาคารทั่วๆไป ถนน สะพานต่างๆ 

2. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ดัดแปลง หรือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 2

คุณสมบัติ : เป็น ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ที่เหมาะกับการใช้งานที่โดนน้ำเค็มไม่มาก มีการทนต่อซัลเฟตปานกลาง หรือใช้กับโครงสร้าง

ที่ต้องสัมผัสกับน้ำหรือดิน ใช้ในงานก่อสร้างที่มีขนาดปานกลาง อย่าง ตอม่อ หรือ รากฐาน 

3. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดแข็งตัวเร็ว หรือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 3

คุณสมบัติ : เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ที่มีเนื้อปูนค่อนข้างละเอียดเป็นพิเศษ จึงทำให้เนื้อปูนซีเมนต์แข็งตัว และ รับแรงได้เร็วกว่า

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทอื่นๆ จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความเร่งด่วน หรือ ต้องการถอด รื้อ แบบที่เร็วกว่าปกติ เช่น พื้น

สำเร็จรูป เสาเข็ม

4 .ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดเกิดความร้อนต่ำ หรือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 4

คุณสมบัติ : เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ที่ควบคุมความร้อนที่อาจเกิดขึ้นจากปฏิกิริยาระหว่างปูนซีเมนต์ กับ น้ำในขณะที่ปูนกำลังแข็ง

ตัว ไม่ให้มีความร้อนมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการแตกร้าว ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ โดยมักจะนิยมใช้ในการสร้าง

เขื่อน 

5. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดต้านทานซัลเฟตได้สูง หรือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 5

คุณสมบัติ : เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ที่แตกต่างจาก ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ดัดแปลง ที่จะเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่สัมผัสกับน้ำ

และดิน ซึ่งมีซัลเฟตไม่สูงมากนัก แต่ในกรณีที่บ้าน อาคาร หรือโครงสร้างอยู่ใกล้กับทะเล หรือ บริเวณที่มีเกลือจำนวนมากๆ ซึ่งอาจจะ

เป็นตัวมาทำลายซัลเฟตในเนื้อปูนได้นั้น จำเป็นต้องใช้ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทห้า หรือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดต้านทาน

ซัลเฟตได้สูง 

6. ปูนซีเมนต์ผสม หรือ ปูนซีเมนต์ซิลิก้า

คุณสมบัติ : เป็นปูนซีเมนต์ที่เกิดมาจากการนำเอา ทราย หรือ หินปูน มาบดให้ละเอียดแล้วนำไปผสมเข้ากับ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

ในอัตราส่วน 1:4 จึงทำให้แข็งตัวช้า เหมาะกับงาน ปูนก่อ ปูนฉาบ ปูนตกแต่ง หรือ งานโครงสร้างขนาดเล็กที่ไม่ต้องรับแรงมาก หรือ

โครงสร้างทั่วๆไป 

7. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดสีขาว

คุณสมบัติ : เป็นปูนซีเมนต์ที่เหมาะกับการใช้ในงานตกแต่ง เนื้อปูนเป็นสีขาว จึงทำให้สามารถผสมสีเข้าไปได้ เพื่อความสวยงาม แต่

เนื้อปูนมีการแข็งตัวที่ค่อนข้างช้า

นอกจากการจำแนกตามคุณสมบัติต่างๆของ ปูนซีเมนต์แล้ว ยังสามารถจำแนกตามประเภทการใช้งานได้ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ประ

เภทใหญ่ๆ ดังนี้

ปูนซีเมนต์ แบ่งตามการใช้งาน

1. ปูนซีเมนต์สำหรับงานโครงสร้าง

งานก่อสร้างบ้านใหม่ อาคารทั่วไป : ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา

งานก่อสร้างเร่งด่วน ซ่อมแซม : ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดแข็งตัวเร็ว

บ้าน หรือ อาคารที่อยู่ใกล้กับทะเล : ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดต้านทานซัลเฟตได้สูง

( เพื่อไม่ให้เกลือในทะเลมาทำลายซัลเฟตในเนื้อคอนกรีต )

งานก่อสร้างที่ต้องสัมผัสกับดิน และ น้ำ เช่น ตอม่อ ฐานราก : ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ดัดแปลง

งานโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น เขื่อน : ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดเกิดความร้อนต่ำ 

( เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จากความร้อนที่ทำปฏิกิริยาของคอนกรีต)

2. ปูนซีเมนต์สำหรับงานก่อ งานฉาบ

งานก่อ : ปูนซีเมนต์ผสม

งานฉาบ : ปูนซีเมนต์ผสม

3. ปูนซีเมนต์สำหรับงานพิเศษ 

งานตกแต่งต่างๆ : ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดสีขาว

นอกจากปูนซีเมนต์ ที่เรารู้จักแล้วยังมีปูนอีกชนิดหนึ่งที่มักจะได้ยินชื่อให้คุ้นหูอยู่บ่อยๆ คือ ปูนมอร์ต้า ซึ่งเป็นปูนอีกชนิดที่นิยมใช้กัน

แล้วปูนมอร์ต้าแตกต่างจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์อย่างไร ? 

ปูนมอร์ต้า คืออะไร ?

ปูนมอร์ตาร์ หรือ ปูนมอต้า คือ ปูนซีเมนต์ผสมสำเร็จ หรือจะเรียกได้ว่าเป็น ปูนซีเมนต์สำเร็จรูป โดยจะเป็นการนำเอา ปูนซีเมนต์ ทราย

และ น้ำยาผสมคอนกรีต มาใส่ในถุง เมื่อต้องการใช้งานเพียงแค่เติมน้ำให้อัตราส่วนที่กำหนด ก็พร้อมใช้งานแล้ว ซึ่งจะแตกต่างจาก

คอนกรีตตรงที่ คอนกรีตจะมีส่วนผสมของหิน ในขณะที่ ปูนมอต้าจะผสมด้วยทราย และ น้ำยาผสมคอนกรีต 

ปูนมอร์ตาร์ สามารถใช้ได้ในงานก่ออิฐ งานฉาบปูน และ งานเทปรับระดับต่าง รวมไปถึงงานซ่อมแซมพื้นผิวต่างๆ ซึ่งในตัวของ ปูนม

อร์ต้าเอง จะมีการแบ่งการใช้งานไปอีก เช่น งานปูนก่อ ฉาบทั่วไป หรือ ฉาบละเอียด ปูนมอร์ต้าฉาบอิฐมวลเบา หรือ งานก่อ 

ทั้งนี้ช่างบางคน ก็อาจจะมีการเรียกชื่อปูนซีเมนต์ที่ต่างออกไป โดยจะเรียกตามสีถุงของปูนซีเมนต์ หรือ สีของฉลากปูน เช่น ปูนแดง

หรือ ปูนซีเมนต์ที่ต้องผสมหิน จะเป็น ปูนที่ใช้ในงานโครงสร้าง หรือถ้าหากว่า ผสมทรายจะเป็น ปูนเขียว ซึ่งจะใช้ในงานอเนกประสงค์

ก่อ ฉาบ เท ต่างๆ

นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือ การคำนวณน้ำหนักของการจัดซื้อปูนซีเมนต์ เพื่อการขนส่งที่ง่ายสะดวก โดยสามารถจำแนกออกมา

ดังนี้

การคำนวณการขนส่งปูน

ปูนซีเมนต์ 40 ถุง จะหนักประมาณ 2 ตัน สามารถจัดส่งได้ด้วยรถคันเล็ก ซึ่งคล่องตัวในการจัดส่ง เข้าหน้างานได้แน่นอน ไม่ต้องกังวล

เรื่องที่เก็บ ได้ปูนซีเมนต์ที่ใหม่อยู่เสมอ แต่จะมีราคาต่อหน่วยที่สูง 

ปูนซีเมนต์ 200 ถุง จะหนักประมาณ 10 ตัน สามารถจัดส่งได้ด้วยรถขนาดเล็ก – ขนาดกลาง สามารถเข้าตามตรอกซอยได้ เหมาะกับ

งานที่มีคนงานจำนวนมาก ราคาต่อหน่วยจะมีราคากลางๆ 

ปูนซีเมนต์ 340 ถุง จะหนักประมาณ 17 ตัน ใช้รถบรรทุกขนาดกลางในการขนส่ง เหมาะกับหน้างานที่ติดกับถนนใหญ่ ราคาต่อหน่วย

ก็จะยิ่งถูก 

ปูนซีเมนต์ 600 ถุง จะหนักประมาณ 30 ตัน ต้องใช้รถขนาดใหญ่ในการบรรทุก เหมาะกับหน้างานขนาดใหญ่ และจำเป็นต้องใช้เครน

เวลาขนลงเพื่อความสะดวก ราคาต่อหน่วยจะถูกมากๆ 

และแบบสุดท้าย คือแบบ Silo หรือ ไซโล เหมาะกับหน้างานที่เป็นระดับโครงการ เช่น หมู่บ้านจัดสรร สะดวกและรวดเร็ว ไม่ต้องนั่ง

แกะถุงปูนซีเมนต์ และได้ปูนที่สดใหม่

ออกแบบบ้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *