ขั้นตอนทาสีบ้าน ด้วยตัวเองง่าย ๆ ให้เหมือนมืออาชีพ

ขั้นตอนทาสีบ้าน ด้วยตัวเองง่าย ๆ ให้เหมือนมืออาชีพ

ขั้นตอนทาสีบ้าน ด้วยตัวเอง แบบง่าย ๆ ที่ใคร ก็ทำได้ สำหรับ คนที่เบื่อ สีเก่า อยากเปลี่ยนสไตล์ใหม่ แล้วไม่อยาก เสียเงินจ้างใคร

6 ขั้นตอนทาสีบ้าน  เริ่มต้นอย่างไรดี ?

1. ตรวจสอบสภาพพื้นผิวของบ้านคุณ

ขั้นตอนแรก คุณต้อง มีการตรวจดู สภาพพื้นผิว ของบ้าน ว่าเป็นแบบไหน เพราะการทาสีบ้านเก่า กับบ้านใหม่ที่เพิ่งสร้าง ก็มีความต่างกัน

ในเรื่องวิธีการดูแล เตรียมพื้นผิว และใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ต่างกันด้วย และยังต้อง คำนึงถึง บริเวณที่จะทาสี ว่าทาภายใน หรือทาภายนอกด้วย

เพราะว่า สีทาภายนอก และสีทาภายใน จะมีคุณสมบัติ ประสิทธิภาพ ความทนทาน ต่อสภาพอากาศ ที่แตกต่างกัน

2. เตรียมอุปกรณ์ทาสี มีอะไรบ้าง

เลือกลูกกลิ้งทาสี อุปกรณ์สุดคุ้นตา ที่เหมาะกับ การใช้ทา ในพื้นที่ เป็นวงกว้าง

เลือกแปรงทาสีบ้าน อุปกรณ์มาตรฐาน ในการทาสี เหมาะกับ การทา ในพื้นที่ ที่จำกัด ในซอกมุม ที่ลูกกลิ้ง ไม่สามารถทาได้

เลือกเกรียง เกรียงเป็นเครื่องมือ ที่ใช้สำหรับ เกลี่ยพื้นที่ ให้เรียบ ผิวเรียบ แซะปูนเก่า เกลี่ยรอยโป๊ว ขึ้นลายสี

เลือกเทปกาวกั้นพื้นที่ จะต้องดู เรื่องคราบกาว และการทน การซึม คือ เมื่อลอก ออกมาแล้ว จะต้องไม่ทิ้งคราบกาวไว้ และเมื่อทาสี เนื้อสี

จะต้องไม่ซึม เข้าไป ข้างใน

รับออกแบบบ้าน

ขั้นตอนทาสีบ้าน

3. เตรียมพื้นผิว ทำความสะอาด และซ่อมแซม

การเตรียมพื้นผิว ของแต่ละบ้านนั้น ไม่เหมือนกัน กรณีที่ เป็นบ้านใหม่ จะต้องดูเรื่อง ปัญหาความชื้น ถ้าเป็นบ้านเก่า ที่ต้องการรีโนเวทใหม่

แล้วมีปัญหาพื้นผิว เช่น หลุดล่อน รอยแตก รอยร้าว รอยซึม เชื้อรา หรือคราบเกลือ คุณจำเป็น ต้องทำการซ่อมแซมก่อน ที่จะเริ่มต้น ทาสีใหม่

ปัญหาสีหลุดล่อน สีทาบ้าน เป็นสินค้า ที่มีการเสื่อมสภาพ ตามอายุงาน ยิ่งต้องเจอ กับสภาพอากาศ อันทรหด ในประเทศไทย ที่ร้อนชื้นสูง

ถ้าใช้สี คุณภาพไม่ดี ก็อาจทำให้ โป่งพอง หลุดล่อน ง่ายขึ้น ถ้าต้องการ จะทาสีใหม่ จำเป็นต้องแซะ ลอกสีเก่า ออกให้หมดก่อน

ปัญหาผนังบ้านแตกร้าวแตกลายงา เป็นปัญหา ที่พบบ่อยสุด เกิดจาก การที่ผนังปูน เจอความร้อนสูง และไม่สามารถ ถ่ายเทความร้อนได้

เลยทำให้ เกิดรอยร้าว รอยแตกลายงา ซึ่งถ้ารอยแตกร้าว แนะนำให้ อุดโป๊ว รอยร้าว นั้นก่อน

ปัญหาเชื้อรา และตะไคร่น้ำ ปัญหากวนใจ ประจำหน้าฝน ที่ไม่ต้องทน อีกต่อไป เพราะสามารถ แก้ไขได้ง่าย ๆ เพียงแค่ ทำความสะอาด

และปล่อยพื้นผิว ให้แห้ง อย่างน้อย 24 ชั่วโมง แล้วทาด้วย น้ำยากำจัดเชื้อรา ตะไคร่น้ำ จำนวน 1 – 2 รอบ ก็พร้อมทาสีใหม่ ต่อไป

ปัญหาคราบเกลือ เมื่อน้ำ หรือความชื้น ซึมเข้าไป ทำปฏิกิริยา กับเนื้อปูน แล้วพอแห้ง จึงเกิดเป็น คราบขี้เกลือ สีขาว อยู่บนพื้นผิว

คราบดังกล่าว สามารถขัดล้างได้ แต่เพื่อป้องกัน ไม่ให้ เกิดซ้ำ ควรทาน้ำยา อุดโป๊ว ที่คุณอาจมองไม่เห็น ก่อนจะเริ่ม ลงสีรองพื้น

4. ทาสีรองพื้น (Primer) ให้เหมาะสมกับพื้นผิว

สีรองพื้น ( Primer ) คือ สีชั้นแรก ที่ใช้ทา บนพื้นผิว ก่อนลงสีทับหน้า เพื่อช่วยป้องกัน ปัญหา ที่อาจจะ เกิดขึ้น กับพื้นผิว เช่น เชื้อรา สีซีด

หลุดล่อน รวมถึง ช่วยยืดอายุสี ให้ติดแน่น อยู่ทน สดใหม่ ได้นานกว่าเดิม

5. ทาสีทับหน้า

เรียกว่า เป็นหัวใจหลัก ของขั้นตอน ทั้งหมด เลยก็ว่าได้ เพราะมัน คือสีทาบ้าน ชั้นสุดท้าย ที่จะบ่งบอก สไตล์ของห้อง หรือของบ้านของคุณ

ที่อยากให้เป็น ผ่านสีสัน บนพื้นผิว โดยการเลือก สีทับหน้า มีหลักการ พิจารณาใน 5 ส่วน ได้แก่

เลือกเฉดสีที่ต้องการ โดยสามารถ ดูได้จาก ไอเดียตกแต่งสี ที่มีให้เลือก มากกว่า พันเฉด หรือเพื่อ ความแม่นยำ สูงสุด แนะนำให้ ลองดู

จากแผ่น Fan Deck หรือแคตาล็อคสี ตามร้านขายสีชั้นนำ ซึ่งจะมี ความตรง กับความเป็นจริง มากกว่า การดูผ่านจอคอม หรือจอมือถือ

เลือกสูตรสีน้ำ หรือน้ำมัน ในทำนองเดียวกัน กับสีรองพื้น สีทาบ้าน สูตรน้ำ จะมีกลิ่นอ่อนกว่า สูตรน้ำมัน

เลือกเนื้อฟิล์มของสี ปกติเนื้อฟิล์มสี ที่นิยมใช้ ในตลาด มี 2 แบบ คือ สีแบบด้านเนื้อเนียน เรียบง่าย ไม่สะท้อนแสง

และสีแบบกึ่งเงา ( Semi – Gloss ) ที่จะให้สไตล์โกลว์ โชว์ความหรู และเช็ดล้าง ได้ง่ายกว่า แบบด้าน

เลือกคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ ของสี เดี๋ยวนี้ สีไม่ได้ มีดี แค่ความสวย แต่ยังช่วย ดูแลบ้าน และตัวคุณ จากมลภาวะต่าง ๆ ทั้งภายใน

และภายนอก ได้อีกด้วย เช่น สี  BegerCool สีบ้านเย็น ที่มีคุณสมบัติ สะท้อนความร้อน ช่วยลดค่าไฟ หรือ สี Beger Air Fresh ที่มี

คุณสมบัติ ช่วยฟอกอากาศ ฆ่าเชื้อโรคได้ เป็นต้น

เลือกเกรดของสี วัดจาก อายุความทนทาน ซึ่งจะมีหลายเกรด ความทนทาน เริ่มต้นตั้งแต่ 3 – 15 ปี ยิ่งเกรดสูง ก็จะยิ่งมีราคา สูงกว่า

6. เก็บงาน และตรวจความเรียบร้อย

มาถึง ขั้นตอนสุดท้าย หลังจาก ที่เราทาสีทับหน้า รอบที่สองแล้ว ปล่อยทิ้งไว้ จนสีแห้ง ซึ่งถ้าเป็นสีทาบ้านของ Beger Cool จะแห้งสนิท

ในเวลา 1 วัน ( ในสภาพอากาศปกติ ) ให้ลอกเทปกาว กั้นพื้นที่ออก อาจเก็บขอบสี ที่อาจเลอะ เข้าไป และตรวจสอบ ความเรียบร้อยอีก

ครั้ง ว่าสีที่ทา มีความเปลี่ยนแปลง ไปหรือไม่ ถือเป็นอันเสร็จสิ้น

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น